ไม่ห่างหาย

Posted by zcongklod on Aug 24, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ: “The closer man gets. The faster they disappear.”
บริษัทโฆษณา: Ogilvy & Mather ประเทศอินเดีย

มาลองตรวจสายตากันอีกสักครั้งนะครับ
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณในขณะนี้ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด
และไฟล์รูปภาพก็ไม่ได้มีปัญหาด้วย
อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป

งานชุดนี้มันพิเศษกว่าชุดอื่นตรงที่มันต้องดูแบบใหญ่ๆ ครับ
ดังนั้น หากอยากดูภาพไหน ต้องคลิกเข้าไปที่รูปนั้น เพื่อจะได้ดูจากไฟล์จริงขนาดใหญ่
เมื่อไฟล์ภาพขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้ว
ลองลุกขึ้น แล้วเดินถอยหลังให้ห่างจากคอมพิวเตอร์ออกมาสักนิด
เห็นสัตว์ที่อยู่ในภาพนั้นชัดเจนดีไหมครับ

ทีนี้ลองเอาหน้าขยับเข้าไปใกล้จอเรื่อยๆ ใกล้ที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้
ยังเห็นภาพสัตว์ตัวนั้นอยู่ไหมครับ
จากจุดที่เรามองเห็นชัด ถ้าเรายื่นหน้าเข้าไปหาคอมเร็วเท่าไหร่
สัตว์ตัวนั้นก็จะหายไปเร็วเท่านั้น
อย่างที่ข้อความในโฆษณาเขียนไว้
The closer man gets. The faster they disappear.
จริงอย่างที่โฆษณานี้ว่าไว้จริงๆ ด้วย


ดู+แล

Posted by zcongklod on Aug 20, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ: “Save endangered animals before they disappear in front of your eyes.”
บริษัทโฆษณา: CC&E ประเทศจีน

ตรวจสายตากันหน่อยไหมครับ?
ช่วยกันดูแลมันดีๆ ก่อนที่มันจะหายวับไปกับตา
แปลกดีนะครับ ที่โฆษณาชิ้นนี้พูดเรื่อง สายตา
แล้วก็บอกว่าให้เราช่วยกันดูแล
ดู + แล = ดูแล


a day school

Posted by zcongklod on Aug 18, 2008

 

 

 

 

 

 

มาทำนิตยสารกันไหมครับ?
สำหรับคนที่อยากทำนิตยสาร และอยากเรียนรู้การทำนิตยสาร ผมมีรายละเอียดที่ไม่ค่อยละเอียดมาเล่าสู่กันฟังครับ
ตอนนี้โครงการคิดดีเวิร์กช็อป 3 และ a day กำลังจะเปิดโครงการสอนทำนิตยสารให้กับนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่สนใจ กลุ่มไหนผ่านเวิร์กช็อปนี้ไปแล้ว คิดคอนเซปต์นิตยสารดีๆ ออกมาได้ รับทุนไปจัดทำให้ออกมาเป็นรูปเล่มจริงเลย

เริ่มต้นจากการเข้าไปโหลดใบสมัครและส่งใบสมัครที่ www.thaihealth.or.th/node/5023  หรือ www.kiddee.org ภายในวันที่ 29 สิงหาคมนี้เท่านั้นนะครับ
จากนั้นถ้าใบสมัครของคุณน่าสนใจพอ ก็มาเข้าร่วม a day school ด้วยกัน ในวันที่ 5-7 กันยายน 2551

10 บทเรียนหลัก ที่เราจะเรียนรู้กันมีดังนี้ครับ
1. ทำความรู้จักทุกซอกทุกมุมของนิตยสาร
2. การทำบทสัมภาษณ์
3. การเขียนคอลัมน์
4. การเขียนสารคดี และวิธีหาข้อมูล
5. การพิสูจน์อักษร
6. การออกแบบ จัดหน้านิตยสาร
7. การถ่ายภาพสำหรับนิตยสาร
8. การทำภาพประกอบสำหรับนิตยสาร
9. การคิดปกนิตยสาร
10. การทำดัมมี่ คิดจำนวนหน้า แบ่งหน้าสีหน้าขาวดำ และการประสานงานกับโรงพิมพ์
ในแต่ละบทเรียน พอฟังภาคทฤษฎีเสร็จก็รับโจทย์ไปหัดคิดหัดทำแล้วกลับมาให้คอมเมนต์แบบทันทีทันควัน เรียกว่าได้หัดทำจริงๆ ในทุกขั้นตอน วิทยากรของงานนี้นอกจากทีม a day แล้ว ยังมีแขกรับเชิญมีชื่อระดับแถวหน้าของวงการอีกคับคั่งครับ

หลังจากนั้น แต่ละทีมก็จะกลับไปคิดรูปแบบนิตยสารของตัวเองแล้วนำมาเสนอในวันที่ 14 กันยายน 2551
แล้วก็กลับไปปรับแก้กันอีกรอบ ก่อนจะเขียนโครงการส่งมายังสสส.
ถ้าโครงการไหนโดดเด่นสะดุดตา ก็รับทุนไปผลิตเลย
โดยมี a day เป็นพี่เลี้ยงในทุกขั้นตอน

หมายเหตุทิ้งท้ายไว้ว่า นิตยสารที่สสส.สนับสนุนนั้นต้องมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการรณรงค์ในปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

ใครสนใจก็รีบสมัครนะครับ
เผื่อจะได้ร่วมงานกัน


เดินทางบนทางเดิน

Posted by zcongklod on Aug 17, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในยามที่มีโอกาสได้ถอยห่างตัวเองออกจากประเทศไทย พอมองย้อนกลับมาจากต่างแดน
สิ่งหนึ่งที่ผมมักจะรู้สึกเป็นอย่างแรกๆ เกี่ยวกับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองก็คือ
คน ‘เมือง’ ไทย เราเดินเท้ากันน้อยจริงๆ
หากไม่จำเป็นจริงๆ เรามักไม่เลือกเดินทางด้วยการเดินเท้า
ลองสังเกตดูสิครับ ในยามที่เราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง
ระยะทางจากสถานีรถไฟใต้ดินไปถึงสถานที่ปลายทางของเรา
ถึงจะห่างกันสัก 500 เมตรหรือ 1 กิโลเมตร เราก็เดินกันได้
และคนในหลายๆ ประเทศเขาก็เดินกันเป็นเรื่องปกติ
แต่ถ้าเป็นเมืองไทย ถึงระยะทางจะห่างไม่เท่าไหร่ เราก็มักเลือกที่จะขับรถ นั่งมอเตอร์ไซด์
นั่งรถเมล์ หรือนั่งแท็กซี่
เรื่องชวนกันเดินนั้นเห็นจะยาก
 
ถ้าจะคุยกันถึงรากเหง้าของพฤติกรรมนี้เห็นทีจะยาว
เพราะเราคงต้องเท้าความกันไปถึงความไม่ลงตัวของระบบผังเมือง
ระบบจราจร ดินฟ้าอากาศ ระดับของมลพิษข้างถนน นิสัยใจคอ และความพร้อมของทางเท้า
รู้สึกไหมครับว่าทางเท้าจำนวนมากในกรุงเทพฯ มันไม่เหมาะกับการเดินเอาเสียเลย
ในด้านหนึ่งเราพยายามปรับพื้นเปลี่ยนอิฐบนทางเท้าให้สวยงาม
แต่อีกด้าน เรากลับเลือกเพิ่มขนาดช่องทางเดินรถโดยลดขนาดของทางเดินลง
และขนาดที่ลดลงมาแล้วนั้น บางช่วงก็เสียพื้นที่ครึ่งหนึ่งให้กับต้นไม้ขนาดใหญ่เบิ้ม
ที่ปลูกเอาไว้ใต้แนวสายไฟเหนือทางเท้า
บางช่วงก็เสียพื้นที่เกือบทั้งหมดให้กับร้านค้า
บางช่วงก็เฉอะแฉะด้วยน้ำจากท่อแอร์ที่ต่อทิ้งออกมาจากตึกแถวที่หยุดปลายท่อไว้เมื่อมันพ้นเขตตึก แทนที่จะต่อท่ออีกนิดให้มันไปลงใกล้ๆ ท่อระบายน้ำ กลับปล่อยทิ้งใส่ทางเท้าดื้อๆ
หรือบางช่วงก็ใช้เป็นทางวิ่งของมอเตอร์ไซค์ซะงั้น

เมื่อทางเดินมันไม่พร้อมให้ใช้สัญจร เราเลยไม่ค่อยอยากเดินกันสักเท่าไหร่
ที่เดินกันเยอะๆ น่ะ เหมือนว่าจะเดินดูของที่ขายบนทางเท้ามากกว่า
สมดังคำว่า ถนนคนเดิน ที่เราเดินเพื่อช้อปปิ้งเป็นหลัก
 
ในช่วงที่ราคาน้ำมันกำลังร้อนระอุอย่างนี้
การรณรงค์เรื่องประหยัดพลังงานดูจะน่าฟังเป็นพิเศษ
การเปลี่ยนจากการขับรถเผาน้ำมันมาเป็นการเดินทางแบบอื่นนั้นน่าสนใจ
หากมีทางออกที่ดี ใครๆ ก็อยากร่วม  
ผมว่าเรากำลังหาทางออกดีๆ ว่าถ้าไม่ใช้รถส่วนตัวแล้วจะให้ใช้อะไร
ถ้าทางที่ว่ามามันโดน เราก็พร้อมจะเปลี่ยน 
 
Google.com ไม่ได้มีดีแค่เสิร์ชเอนจิ้นแต่ยังมีบริการดีๆ ให้เลือกใช้อีกเป็นเข่ง
และหนึ่งในนั้นก็คือ โปรแกรมแผนที่ที่อำนวยความสะดวกได้ดีทีเดียว
ในส่วนของโซนประเทศเรานั้นยังเป็นแค่แผนที่แบบปกติ
แต่ในโซนอเมริกามีบริการให้พิมพ์ชื่อของสถานที่ตั้งต้น และสถานที่ปลายทาง
จากนั้นโปรแกรมจะโชว์เส้นทางให้อย่างละเอียดว่าควรไปทางไหน
เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตรงไหน หรือถ้าดูแผนที่แบบกราฟิกแล้วไม่เข้าใจ
ก็กดดูรูปถ่ายประกอบได้ในทุกจุดของแผนที่
 
ล่าสุด google map เพิ่งเปิดให้บริการใหม่ในหมวดของการสอบทางเส้นทางนั่นก็คือ
การเปิดให้เราเลือกว่าจะให้ google บอกทางสำหรับขับรถไป หรือสำหรับเดินไป
ถ้าเราเลือกเดินไป google ก็จะแสดงเส้นทางที่เหมาะกับการเดิน  
 
ทีมงานของ google map บอกว่ามีคนถามหาบริการนี้มาได้พักหนึ่งแล้ว เขาเลยจัดให้
โดยช่วงนี้ยังเป็นช่วงทดลองใช้อยู่
แผ่นที่ในส่วนที่บอกทางเดินได้เลยยังจำกัดอยู่ในแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น
 
หลังจากเปิดให้ชาวเน็ตได้ยลโฉมก็มีฟีดแบคกลับมามากมาย
เริ่มจากการเสนอว่าคนในแต่ละท้องถิ่นควรช่วยเติมและแก้ไขเส้นทางได้
เพราะข้อมูลบางส่วนนั้นไม่ถูกต้อง
บางคนก็เสนอว่า ต่อไปควรระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ถนนสายไหนน่าเดินเป็นพิเศษในแง่ของความรื่นรมย์
บ้างก็เสนอว่า น่าทำแผนที่เส้นทางจักรยานด้วย
 
ผมไม่รู้ว่าทำไม google ถึงสนใจอยากสนับสนุนให้คนเดินทางบนทางเดิน
แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นไอเดียที่น่ารักดีกับการที่องค์กรขนาดใหญ่ยักษ์กำลังบอกคนให้กลับมาใส่ใจกับสิ่งที่เล็กที่สุด ง่ายที่สุด
และอีกแง่ก็คือ มันมีสิ่งดีๆ มากมายซ่อนอยู่ในการเดิน
 
การเดินทำให้เราได้สัมผัสกับสิ่งรอบตัวมากที่สุด มีเวลาให้กับการสังเกตและซึมซับสิ่งเหล่านั้น
และทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
ถ้าจะพูดในสเกลที่ใหญ่ขึ้นก็ต้องบอกว่า
มันทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม และส่วนหนึ่งของโลก
มากกว่าการเคลื่อนที่ด้วยการขังตัวเองไว้ในห้องโดยสารเล็กๆ   

ทุกวันนี้เรามีป้ายบอกทางรถ ป้ายบอกทางลัดเยอะแล้ว
ถ้าเรามีป้ายบอกทางสำหรับเดินเท้าบ้าง คงจะน่ารักดี
ผมว่าถ้าเรามีระบบรองรับที่ดี มีวิธีการสื่อความหมายที่เหมาะสม
การชวนกันเดินคงไม่ใช่เรื่องยาก
 
แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ถนนก็ต้องเหมาะกับการเดินด้วย
โครงการที่เน้นทำถนนให้น่าเดินนั้นต้องเดินหน้า
ผมเชื่อว่า คนจะหันมาเดินทางบนทางเดินมากขึ้น


เรียบร้อยโรงเรียนจีน

Posted by zcongklod on Aug 14, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ: “After the Olympic Games, the fight for human rights must go on.”
บริษัทโฆษณา: TBWA\Paris ประเทศฝรั่งเศส

หลังจากกีฬาโอลิมปิคผ่านพ้นไป
การต่อสู้ในประเด็นสิทธิมนุษยชนก็ต้องดำเนินต่อไป
ทั้งเรื่องการประหารชีวิต การทารุณนักโทษ และการทารุณแรงงาน


เป็นห่วง

Posted by zcongklod on Aug 12, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชิ้นนี้ไม่ทราบที่ไปที่มาเหมือนกันครับ
เป็นงานขององค์กร Reporters without border ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของนักข่าว
องค์กรนี้เคยมีโฆษณาวาทะบาดลึกชิ้นนึงบอกว่า
ที่บางประเทศในอัฟริกา ถ้าคุณล่าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย คุณต้องติดคุก
แต่ถ้าคุณฆ่านักข่าว ไม่ติดคุก

งานชิ้นนี้เป็นรณรงค์เรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อในจีน
เป็นโลโก้ที่แปลกตาดีนะครับ


พร้อมแล้ว เจอกัน!

Posted by zcongklod on Aug 10, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ: “In the name of ensuring stability and harmony in the country during the 2008 Olympic Games, the Chinese Government continues to detain and harass political activists, journalists, lawyers and human rights workers. Get involved: www.amnesty.sk
บริษัทโฆษณา: MUW Saatchi & Saatchi ประเทศสโลวาเกีย

จีนพร้อมแล้วสำหรับการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค
เบื้องหน้าโอลิมปิคก็แข่งไปอย่างสวยงาม
แต่เบื้องหลังรัฐบาลจีนก็ยังกักขังและคุกคามผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง
สื่อมวลชน ทนายความ และผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
ช่วงโอลิมปิคก็เลยกลายเป็นช่วงเวลาที่คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลก
ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวกดดันให้จีนยกเลิกกฎกติกาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน


ตายแล้ว!

Posted by zcongklod on Aug 7, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความโฆษณา: “Stop the world record of executions. China holds the current world record of executions with executing 1,010 people of 1,591 confirmed executions worldwide.
Although the Beijing Olympic committee declared that hosting the Olympics will ‘help the development of human rights in China’. Join the fight against death penalty.
www.amnesty.hu
บริษัทโฆษณา. DDB Budapest ประเทศฮังการี

ดูเหมือนโอลิมปิคคราวนี้ จะมีข่าวที่พูดถึงเจ้าภาพในทางที่ไม่ค่อยดีมากว่าข่าวของโอลิมปิคเสียอีก
อย่างเช่นโฆษณาชิ้นนี้ที่บอกว่า
หยุดทำลายสถิติโลกของการประหารชีวิต
เจ้าของสถิติประหารนักโทษอันดับหนึ่งในตอนนี้เป็นของจีน
คือประหารไป 1,010 คน จากจำนวน 1,591 คนของทั่วโลก
ทั้งๆ ที่คณะกรรมการโอลิมปิคสากลประกาศว่า การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคของจีน
จะช่วยพัฒนาสิทธิมนุษยชนในจีน

เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้มีความรู้มากนัก
ใครมีข้อมูลช่วยแบ่งปันกันด้วยนะครับ : )


คนแท้ดูแลคนแพ้

Posted by zcongklod on Aug 5, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ: “Science is doing everything to fight AIDS. Even plastic is helping. For every 20 bottles that you put in the recycling bin, the Portuguese League Against AIDS will receive a donation. Recycle and help us to defend those who are defenseless.”
บริษัทโฆษณา: McCann Erickson ประเทศโปรตุเกส

โฆษณา 2 ชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการรีไซเคิลขวดพลาสติกที่แปลกดีครับ
องค์กรที่ชื่อ Portuguese League Against AIDS เขาบอกว่า
ถ้าเราทิ้งขวดพลาสติกลงในถังสำหรับรีไซเคิล 20 ขวด องค์กรของเขาจะได้รับเงินบริจาค
เพื่อนำไปค้นคว้าวิจัยหาทางช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์
มันคงเป็นแคมเปญที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง
ประมาณว่า ให้นำขวดมาบริจาคที่องค์กรนี้หรืออะไรแบบนั้น
เหตุผลที่ผมอยากหยิบโฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมาเล่าต่อ นั้นมี 2 เหตุผลครับ
คือมันสวยดี

อีกเหตุผลคือ ผมประโยคสุดท้ายในโฆษณาที่ว่า
รีไซเคิล และช่วยเราดูแลคนที่ดูแลตัวเองไม่ได้
คุณโสภณ สุภาพงษ์เคยบอกผมว่า หน้าที่ของมนุษย์คือ ดูแลคนที่อ่อนแอกว่า
ไม่เหมือนสัตว์อื่นที่จ้องแต่จะหาประโยชน์จากสัตว์ที่อ่อนแอกว่า
เราต่างจากสัตว์ตรงนั้น
ฟังแล้วชอบครับ : )


ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้

Posted by zcongklod on Aug 3, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ: “Believe in reincarnation.”
บริษัทโฆษณา: Saatchi & Saatchi ประเทศโปแลนด์

เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดกันไหมครับ
ถ้าทุกอย่างในโลกล้วน เกิดขึ้น มีอยู่ แล้วก็ดับไป
หลังจากดับไป มันก็คงไม่ได้หายไปไหน
ตามกฎที่ว่า สสารไม่มีวันสูญหายไปจากโลก
หากเราไม่เห็น ก็คงเป็นเพราะมันเปลี่ยนรูปแบบไป

กระดาษ โลหะ และพลาสติก ก็อยู่ในกฏนี้
คือมันเกิดขึ้น มีอยู่ แล้วก็ดับไป
ถ้ามองกันดีๆ ที่เราคิดว่ามันดับไป หรือหมดอายุงานแล้วนั้น
มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด
เมื่อกระดาษ โลหะ และพลาสติก หมดประโยชน์
เราก็ทำให้มันกลายเป็นขยะ ทั้งๆ ที่มันยังไม่หมดอายุ
มันก็เลยยังคงสภาพแบบเสื่อมสภาพอยู่อย่างนั้น
กว่าจะย่อยสลาย ดับไป ได้จริงๆ ก็ใช้เวลานาน

แทนที่จะปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่แบบเสื่อมสภาพ ก็พาพวกมันไปหลอมละลายลาจากโลกนี้
แล้วไปเกิดเป็นวัสดุใหม่ในโลกหน้า น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
เราทำบุญด้วยการ อุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเร่ร่อนกันบ่อยแล้ว
ลองทำดีด้วยการส่งขยะเร่ร่อนกลับมามีชีวิตใหม่ดูบ้างไหม
เผื่อพวกมันจะได้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเป็นขยะ

ถ้าขยะมันน่าแขยงจนต้องร้องเพลง “ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้”
ค่อยรักกันในชาติหน้าก็ได้